Lesson from Russian Guy
เราเดินลงมาที่ห้องครัว ตั้งใจจะทำแซนวิชง่ายๆ ไว้กินระหว่างออกไปเดินเล่น
วันนี้อากาศดี แดดออก และท้องฟ้าไม่เป็นสีเทา ซึ่งนับว่า เป็นสภาพอากาศที่พบเจอได้ยากในไอร์แลนด์
เราเข้าไปในห้องครัวเจอคนรัสเซีย ที่พักที่เราอยู่ตอนนี้เป็น student accommodaton มีคนอยู่หลายคน แต่ใช้ห้องครัวร่วมกัน คนรัสเซียคนนี้ เราไม่ค่อยเห็นเขาคุยกับใคร ทุกครั้งที่เจอกัน เราแค่ say hi แล้วก็ไม่ได้คุยอะไรต่อ แต่วันนี้เนื่องจากเราอารมณ์ดี เพราะอากาศดี เราเลยทักทายเขาด้วยคำถามปลายเปิด (Open-ended Question) เพื่อเริ่มการสนทนาที่ยาวขึ้น
** Open-ended Question หรือคำถามปลายเปิด เป็นคำถามที่ไม่สามารถตอบสั้นๆว่า ใช่ หรือ ไม่ใช่ แต่จะต้องอธิบายขยายความต่อ เพื่อให้ได้คำตอบที่สมบูรณ์ ใช้ได้ดีสำหรับการเริ่มต้นบทสนทนาถ้าเราอยากคุยกับใคร แต่ถ้าไม่อยากคุยก็ไม่ควรถามเพราะเดี๋ยวจะคุยยาว🤣**
เขาเล่าว่า เขาออกมาจากรัสเซีย ช่วงต้นๆสงครามรัสเซียยูเครน ในตอนนั้น รัฐบาลรัสเซียออกกฎหมายเรียกให้ผู้ชายรัสเซียทุกคนต้องไปรบในสงคราม ถ้าไม่ไปต้องติดคุกเป็นเวลา 7 ปี *ข้อมูลจากที่คุย*
เขาพูดประโยคหนึ่งที่เรารู้สึกว่า มันฟังดูหมดหนทาง เขาบอกว่า “Go to war, to be a killer or to be killed”
ด้วยความที่เขาเป็นคนมีความรู้ เขาทำงานด้าน cloud computing ทำให้เขาหางานได้ไม่ยาก เขาออกจากรัสเซีย ไปอยู่ที่ Istanbul แต่ทำงานให้กับบริษัทในจอร์เจีย
เขาบอกเราว่า เราควรจะลองศึกษาหาข้อมูลเรื่องการทำงานทางไกล หรือ remote work เพราะมันจะเปิดโอกาสหลายๆอย่างให้กับเรา ทั้งด้านรายได้ ภาษี สถานที่ และอิสรภาพในการทำงาน ค่าเงินที่ต่างจะทำให้เรามีโอกาสได้รายได้มากขึ้นเมื่อเทียบกลับมาเป็นสกุลเงินของประเทศตัวเอง
เราบอกเขาว่า เราคิดว่างานที่สามารถทำทางไกลได้มีแค่งานด้านเทนโนโลยี แต่เขาบอกว่ามันมีมากกว่านั้น มันแทบจะมีทุกสายงานและเราควรเข้าไปลองศึกษาหาข้อมูลอย่างจริงจัง
“You are still young” เรายังเด็กและยังมีโอกาสมาก สิ่งเดียวที่ต้องมีในการทำงานทางไกลคือทักษะภาษาอังกฤษ และนั่นคือเป้าหมายเดียวของเขาในการมาที่ไอร์แลนด์
สาเหตุที่เขาไม่ค่อยได้คุยกับใคร เพราะเขาทำงาน ตอนนี้เขาก็ยังทำงานให้กับบริษัทที่จอร์เจียอยู่
“I can stay where every I want, and still get paid”
“But you speak English?” เราสงสัย เพราะภาษาอังกฤษเอาดีอยู่แล้วจะมาเรียนอีกทำไม
เขาบอกว่า มันยังไม่พอ มันพอสำหรับงานพื้นฐานหลายๆงาน แต่สำหรับการทำงานแบบมืออาชีพ มันต้องมากกว่านั้น ถ้าเราต้องการผลตอบแทนมาก และสิทธิในการต่อรองมาก “You have to fix your weakness, and my weakness is that I haven’t had yet perfect English. I need to speak like native speaker.” มันขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการอะไร และเรามองภาพตัวเองไว้แบบไหน เขาบอกเรา
เขาเล่าแผนชีวิตให้เราฟัง มันทำให้เรารู้สึกว่า โอโห…เราไม่เห็นจะคิดอะไรได้แบบนี้บ้างเลย
จากบทสนทนาในห้องครัววันนั้น ทำให้เรารู้สึกว่า เราไม่รู้อะไรเลย
แต่เราก็ค้นพบว่า ไม่ใช่ว่าเราไม่รู้จักวางแผนและไม่ใช่ว่าเราวางแผนไม่ได้ แต่เรายังหาสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่เจอต่างหาก เรายังหาไม่เจอเลยว่าเราอยากทำอะไร เราเลยยังวางแผนไม่ได้ ว่าจะไปถึงมันได้ยังไง










Comments
Post a Comment