ability to say no
เราว่า กลับมาเรียนเทอมนี้ เรา say no ไปหลายครั้งหลายหนกับคนหลายคน🤣
แต่มันกลับทำให้ชีวิตเราดีขึ้นมาก
—
เราเคยฟัง podcast อันหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว มีประโยคหนึ่งที่เราจำได้ เขาบอกประมาณว่า “when you say no to something, you are saying yes to yourself”
เรารู้ตัวเองพอสมควรว่าเราเป็น yes person หรือที่เขาเรียกกันอีกอย่างว่า people pleaser พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ พวกปฏิเสธไม่เป็น ยอมเขาไปเสียหมด
แต่มาเทอมนี้ เนื่องจากว่าเรามี vision, mission, goal, projects, plans, strategies 🤣 (เวอร์ไปนิดนึง) ที่เราตั้งใจว่าจะทำ เราเลยคอยย้ำกับตัวเองบ่อยๆว่า อะไรที่ไม่สำคัญก็ให้ปัดตกไป
—
เราเลิกให้ wechat เวลามีคนมาขอ ปฏิเสธการทานข้าว (and friday party😆) และ ไม่ช่วย ถ้าไม่จำเป็น
ข้อสุดท้ายอาจจะฟังดูไม่ค่อยดี ใจร้ายใจดำไปเสียหน่อย
แต่เราว่า … มันเป็นสิ่งที่ต้องเป็นไป
—
ในวิชา economics ที่เราเรียน จะมีสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก เรียกว่า scarcity หรือความขาด หรือปริมาณที่จำกัดของบางสิ่งบางอย่าง และเราคิดว่า ‘เวลา’ เป็นหนึ่งในนั้น
คนเรามีเวลาต่อวันเท่ากัน 24 ชม. ถ้าเรา say yes ไปสองหน อาจจะหายไป 6 ชม. เลยก็เป็นได้
—
เราจำได้ มีอยู่ครั้งหนึ่ง สมัยมัธยม
เราคุยกับเพื่อน เรื่องอะไรสักอย่าง แต่เพื่อนบอกเรามาประโยคนึงว่า
“เห็นแก่ตัวบ้างก็ได้”
ตอนนั้นเราไม่เข้าใจ ทำไมเพื่อนถึงบอกให้เรา ‘เห็นแก่ตัว’
—
แต่พอมาตอนนี้ เรารู้แล้ว
เราว่าไม่ใช่การเห็นแก่ตัวหรอกที่เพื่อนตั้งใจจะพูด
เราคิดว่ามันคือการ ‘ให้เกียรติ’ ตัวเอง และ ‘เวลา’ ของตัวเองมากกว่า
—
เขียนถึงตรงนี้ ก็ใช่ว่าเราจะบอกปฏิเสธ say no to everybody 😅
เราแค่เรียนรู้ที่จะเลือกสรร คัดแยก จัดลำดับความสำคัญ
เพราะสุดท้ายแล้ว เวลาของเรา ก็ควรจะเป็นของเรา และอยู่ที่การตัดสินใจของเรา ว่าจะใช้มันไปกับอะไร










Comments
Post a Comment